อาการแสดงที่พบบ่อยๆ
มีอาการปวดหลัง เป็นๆ หายๆ เป็นเวลานาน
มีอาการปวดขาตั้งแต่บริเวณสะโพกร้าวไปบริเวณน่อง เท้า ซึ่งจะปวดมากเวลาเดิน ทำ
ให้เดินได้ไม่ไกล ต้องหยุดเดินเป็นระยะๆ ผู้ป่วยจะรู้สึกว่าอาการดีขึ้นก็จะเดินต่อไป
ได้ บางครั้งผู้ป่วยจะรู้สึกหลังจะค่อยๆ ค่อมลงเวลาเดิน
ในผู้ป่วยบางราย พบว่ามีอาการปวดหลัง ร่วมกับอาการชาขาและปลายเท้า เป็นเหน็บ
ผู้ป่วยบางคนจะไม่รู้สึกปวด แต่จะรู้สึกล้าๆ บริเวณขา ขาไม่มีแรง ก้าวไม่ออกเวลาเดิน
อาจพบว่ามีตะคริวบริเวณน่องบ่อยๆ ขณะนอนหลับในเวลากลางคืนต้องตื่นขึ้น
เนื่องจากอาการปวดน่อง หรือปวดขามาก
พบว่ามี 1-2 % ของผู้ป่วยที่มีกระดูกสันหลังกดทับเส้นประสาทอย่างรุนแรง มีอาการ
กล้ามเนื้อขาอ่อนแรง เดินไม่ได้ และควบคุมการขับถ่ายไม่ได้

การรักษาโดยวิธีไม่ผ่าตัด
หลีกเลี่ยงการยกของหนัก ลดน้ำหนักตัว และหยุดสูบบุหรี่
การกินยาแก้ปวด ยากระดูก ยาคลายกล้ามเนื้อ เป็นสิ่งที่แพทย์ทั่วไปคุ้นเคย จนบางครั้งใช้ยานานจนทำให้เกิดผลข้างเคียง
การใช้เสื้อรัดเอว เพื่อพยุงหลังซึ่งอาจใช้ในระยะสั้นๆ ช่วง 1-2 สัปดาห์แรก สำหรับผู้ป่วยที่อาการปวดหลังมาก สำหรับการใช้ในระยะยาวไม่พบว่าได้ประโยชน์จากการใส่เสื้อดังกล่าว และมีผลทำให้กล้ามเนื้อหลังอ่อนแอ (ดังรูป 1)
การออกกำลังกาย ได้แก่ การเดินออกกำลังกายบนสายพาน การว่ายน้ำ การถีบจักรยาน ผู้ป่วยที่มีอายุมากอาจใช้วิธีง่ายๆโดยการนอนหงาย และยกขาที่ละข้างสลับกัน 30 - 50 ครั้ง การออกกำลังกายจะช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดในร่างกายดีขึ้น และช่วยให้กล้ามเนื้อหลังมีความแข็งแรงขึ้นได้ (ดังรูป 2)
การทำกายภาพบำบัด การอบความร้อนโดยการใช้ถุงร้อน หรืออัลตร้าซาวด์ (Ultrasound) ตลอดจนการดึงหลัง (Lumbar traction) ซึ่งผู้ป่วยจะต้องมาทำที่แผนกกายภาพบำบัดในโรงพยาบาล ซึ่งเป็นวิธีหนึ่งที่อาจจะทำให้อาการดีขึ้นได้ (ดังรูป 3)
การฉีดยาเข้าช่องประสาทไขสันหลัง (Epidural steroid injection) อาจช่วยให้อาการดีขึ้นในระยะสั้นๆ 3-6 เดือน

ข้อบ่งชี้การผ่าตัดรักษา
การรักษาโดยวิธีดังกล่าวข้างต้น 6-8 สัปดาห์ แล้วอาการยังไม่ดีขึ้นและรบกวนการทำงานในกิจกรรมต่างๆในชีวิตประจำวัน
มีอาการมากขึ้น เช่น กล้ามเนื้อมีการอ่อนแรงมากขึ้น
หากมีอาการรุนแรง ไม่สามารถกลั้นอุจจาระ และปัสสาวะได้ เป็นภาวะรีบด่วนที่ต้องทำการผ่าตัดแก้ไข เพื่อให้เส้นประสาทฟื้นตัวกลับมาเร็วที่สุด
คือ การผ่าตัดเพื่อเอากระดูกงอก หรือหินปูน ที่มีการกดทับเส้นประสาทออก ส่วนใหญ่ได้ผลดี 80-90 % อาการปวดจะดีขึ้นมาก หรือลดลงเหลือน้อยมากโดยไม่ต้องพึ่งยาแก้ปวด ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะกลับมาเดินได้ไกลขึ้น การผ่าตัดในอดีตในกรณีที่ต้องตัดกระดูกและหินปูนที่กดทับเส้นประสาทออก หลายๆข้อทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น กระดูกสันหลังไม่มั่นคง (Unstable) ทำให้ผู้ป่วยมีอาการปวดหลังหรือกระดูกสันหลังผิดรูปได้ ตลอดจนทำให้เกิดการกดทับเส้นประสาทอีก ปัจจุบันจึงมีการวิวัฒนาการที่ทันสมัย มีการใช้เหล็กดามกระดูกไว้ เหล็กที่ใช้เป็นวัสดุที่ทำจาก ไททาเนียม ไม่มีผลข้างเคียงต่อร่างกายไม่เกิดสนิม ทำให้ผู้ป่วยสามารถลุกขึ้นยืน เดินได้ ช่วยเหลือตัวเองได้ หลังจากการผ่าตัดได้ไม่เกิน 1 สัปดาห์ หากได้รับการรักษาจากแพทย์ที่เชี่ยวชาญในด้านการผ่าตัดกระดูกสันหลัง โอกาสที่การผ่าตัดจะถูกเส้นประสาททำให้เกิดอันตรายเป็นอัมพาต หรือเดินไม่ได้พบน้อยมาก


