ReadyPlanet.com
dot
dot dot
กระดูกเสื่อมเกิดขึ้นได้อย่างไรและทำไมถึงกดทับเส้นประสาท  

กระดูกคอเสื่อม กดทับเส้นประสาทรักษาได้

Custom Search

 

กระดูกเสื่อมเกิดขึ้นได้อย่างไรและทำไมถึงกดทับเส้นประสาท

 


             กระดูกคอเสื่อมเกิดขึ้นได้ จากการที่กระดูกเสื่อมสภาพเมื่ออายุมากขึ้น และเกิดจากการใช้งาน เนื่องจากกระดูกคอต้องแบกน้ำหนัก ศีรษะ และมีการเคลื่อนไหวตลอดเวลา ภาวะกระดูกเสื่อมย่อมเกิดขึ้นทุกคน  การเสื่อมมากหรือน้อยในแต่ละคนจะไม่เท่ากัน

การเสื่อมสภาพของกระดูกคอ จะเริ่มตั้งแต่มีการเสื่อมของหมอนรองกระดูกคอ ต่อมาก็มีการเสื่อมของข้อต่อของกระดูกสันหลัง ข้อต่อฟาเซ็ท (Facet) และข้อต่อ Uncovertebral เมื่อมีการเสื่อมมากขึ้น ข้อต่อก็จะมีการหลวม หรือไม่มั่นคง ทำให้ผู้ป่วยมีอาการปวดคอเรื้อรัง เป็นๆ หายๆ บางรายไม่มีอาการปวดคอ แต่รู้สึกเมื่อยคอ ต่อมาร่างกายก็มีการปรับสภาพโดยการพยายามสร้างกระดูกขึ้นมา ไม่ว่าบริเวณข้อต่อ หรือส่วนอื่นๆของกระดูกสันหลังที่มีการเคลื่อนไหว กระดูกที่สร้างขึ้นมานี้ เรียกว่า หินปูน หรือ กระดูกงอก ก็จะส่งผลให้ขยับเคลื่อนไหวน้อยลง อาการปวดคอของผู้ป่วยก็จะดีขึ้น บางรายก็ไม่ปวดคอเลย แต่กระดูกงอกหรือหินปูนดังกล่าว หากเกิดบริเวณตำแหน่งใกล้กับเส้นประสาทก็จะทำให้เกิดการกดทับเส้นประสาทได้ ทำให้ผู้ป่วยมีอาการปวดชาแขนไปตามส่วนที่เส้นประสาทไปเลี้ยง ในผู้ป่วยอายุน้อยการเกิดกดทับเส้นประสาท จากหินปูนจะพบน้อย เนื่องจากกระดูกคอยังเสื่อมไม่มาก แต่ก็เกิดขึ้นได้จากที่ หมอนรองกระดูกคอ ที่เสื่อม เคลื่อนไปกดทับเส้นประสาทได้ ซึ่งสามารถพบได้บ่อยในช่วงอายุ 20-40 ปี

ปัจจัยเสี่ยงอะไรที่ทำให้กระดูกเสื่อมเร็วขึ้น

 

       บุหรี่ เป็นปัจจัยทำให้เกิดการอุดตันของเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงกระดูกสันหลัง

      การใช้งานในอิริยาบถและทำผิดลักษณะ เช่นการที่คอก้มเขียนหนังสือ หรือดูคอมพิวเตอร์นานๆ การนอนหนุนหมอนที่สูงมาก ทำให้คออยู่ในท่างอผิดปกติ ตลอดจนการนอนอ่านหนังสือ ดูทีวี หรือเงยคอทำงานเช่น ช่างซ่อมช่วงล่างรถยนต์ ก็ทำให้คออยู่ในลักษณะแอ่นไปด้านหลังตลอดเวลา หากมีการใช้ผิดลักษณะนาน ๆ จนเป็นนิสัย    ก็ทำให้กระดูกคอเสื่อมเร็วขึ้นได้

  การได้รับอุบัติเหตุรถยนต์หรือมอเตอร์ไซด์ กระดูกคอเกิดการกระแทก หรือคอมีการเหวี่ยงอย่างรุนแรง อาจทำให้เกิดการฉีกขาดของหมอนรองกระดูก หรือเอ็นข้อต่อกระดูกได้

 

 

       การเล่นกีฬาบางชนิด เช่นฟุตบอล ที่นักกีฬามีการโหม่งลูกฟุตบอล การเล่นอเมริกันฟุตบอล ทำให้เกิดกระแทกบริเวณศีรษะหรือคอบ่อยๆ    การเล่นโยคะบางท่า เช่น ท่าศีรษะโหม่งพื้น ใช้ศีรษะรับน้ำหนักตัว

อาการแสดงของกระดูกคอเสื่อม

 

       ไม่มีอาการแสดง อาจจะมีอาการเมื่อยๆคอ เป็นๆหายๆ แต่ก็ไม่ได้สังเกต ไม่ได้รักษา

      ปวดคอเรื้อรัง กินยาแก้ปวดก็ดีขึ้น ต่อมากลับมาปวดคออีก บางรายเวลาแหงนคอก็มีอาการปวดร้าวไปบริเวณสะบักหรือหัวไหล่

       ปวดคอร้าวไปแขน แสดงว่ากระดูกคอเสื่อมเริ่มมีการกดทับเส้นประสาท อาจจะมีประวัติ เหมือนมีไฟช๊อตร้าวจากคอไปบริเวณข้อศอกหรือนิ้วมือ เสียวแปล๊บๆ ต่อมาอาการเสียวดีขึ้นแต่รู้สึกชาและปวดแขน แขนล้าไม่มีแรง

       ไม่มีอาการปวดคอแต่รู้สึกปวดไหล่ ร้าวไปข้อศอก ปวดล้าๆ เมื่อย อาจจะมีอาการชาร่วมด้วยหรือไม่ก็ได้

       มีอาการเดินเซ หรือแขนขา อ่อนแรง โดยไม่ปวดคอ (Cervical  myelopathy) ถ้ามีการกดทับเส้นประสาทอย่างรุนแรงก็ทำให้เดินไม่ได้ หรือควบคุมการอุจจาระ ปัสสาวะไม่ได้

 

      การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI)

ช่วยให้เห็นหมอนรองกระดูกสันหลัง, เส้นประสาท, ไขสันหลัง ตลอดจนตำแหน่ง และความรุนแรงการกดทับเส้นประสาทได้ ซึ่งเอกซเรย์ธรรมดามองไม่เห็น

 

รักษาอย่างไร

 

รักษาแบบอนุรักษ์นิยม

 

 

 

       พักผ่อนนอนราบ เพื่อที่กระดูกคอไม่ต้องแบกรับน้ำหนัก

     ใช้กระเป๋าน้ำร้อน (Hot pack) ประคบบริเวณคอ 10-15 นาที

      ถ้าปวดมากให้ใช้ปลอกคอ (Soft collar or hard collar) ช่วยพยุงคอได้ โดยเฉพาะในช่วงปวดคอเฉียบพลันในสัปดาห์แรก

     กินยาแก้ปวด ซึ่งได้แก่ กลุ่มพาราเซ็ตทามอล, ยาคลายกล้ามเนื้อ หรืออาจจะใช้ยาทานวดช่วยได้ สำหรับกลุ่มยาลดการอักเสบ ที่ชาวบ้านส่วนใหญ่เรียกว่า ยากระดูก อาจจะต้องระวังเนื่องจากจะมีผลระคายเคืองต่อกระเพาะอาหารได้

     การนวดจับเส้น ไม่แนะนำในระยะปวดเฉียบพลัน เพราะจะทำให้อาการอักเสบมากยิ่งขึ้น

  การบริหารคอ กลุ่มปวดคอเรื้อรังควรมีการบริหารคอเพื่อเพิ่มการเคลื่อนไหวของข้อต่อกระดูกคอ และบริหารกล้ามเนื้อบริเวณต้นคอให้แข็งแรง โดยให้ลำคออยู่แนวตรง ใช้ฝ่ามือวางบริเวณเหนือหู เกร็งกล้ามเนื้อคอดันสู้ฝ่ามือ โดยไม่ให้คอเคลื่อนไหว หรือเกิดอาการปวด นับ 1-10 แล้ว ทำซ้ำ 5-10 ครั้ง ประมาณ 3 รอบต่อวัน และให้วางฝ่ามือบริเวณ หน้าผาก เพื่อเกร็งกล้ามเนื้อ ดันสู้ฝ่ามือ  ทำเหมือนเดิม ฝึกทำบ่อยๆ จะทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรงช่วยพยุง

               

       การทำกายภาพในโรงพยาบาล โดยการให้ความร้อนอัลตราซาวด์  หรือดึงคอเป็นการรักษาวิธีหนึ่ง ซึ่งช่วยทำให้อาการดีขึ้นได้

 

 

   แนวทางป้องกัน

 

       หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง หยุดสูบบุหรี่

      ระวังอิริยาบถขณะทำงาน ไม่ก้ม-เงยคอนานเกินไป

     ขณะทำงานควรหาเวลาหยุดพัก เพื่อออกกำลังกายกล้ามเนื้อคอ เคลื่อนไหวคอ หรือเปลี่ยนอิริยาบถทุกๆ ชั่วโมง

       เก้าอี้นั่งทำงานควรมีพนักพิง หนุนคอได้พอดี

     เวลานอน ใช้หมอนหนุนบริเวณก้านคอ ไม่ให้ศีรษะก้ม หรือ เงยมากเกินไป ระดับที่เหมาะสมคือ ศีรษะอยู่ระดับเดียวกับพื้น

      ออกกำลังกาย ฝึกกล้ามเนื้อคอให้แข็งแรง

   การรักษาโดยการผ่าตัด

       

 

 

   ข้อบ่งชี้

       การรักษาทางอนุรักษ์นิยม 6-8 สัปดาห์แล้วไม่ดีขึ้น

       ยังคงมีอาการปวดตลอดเวลา ทำให้กระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันเสียไป

       มีอาการชา หรือแขนอ่อนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะได้รับการรักษาอยู่

 

   การผ่าตัดอันตรายไหม

 

   พบว่าการผ่าตัดกระดูกคอเสื่อมกดทับเส้นประสาทสมัยใหม่ มีความปลอดภัยสูงมาก และการผ่าตัดได้   ผลดี   มาก 90-95 % ผู้ป่วยนอนโรงพยาบาลไม่เกิน 5 วัน ก็สามารถลุกยืนเดิน ทำกิจวัตรประจำวันได้เป็นปกติ

 

การผ่าตัดทำอย่างไร

 

       แผลผ่าตัดอยู่บริเวณลำคอด้านหน้า ยาวประมาณ 3-5 ซม. ขึ้นอยู่กับกระดูกคอที่ทำการผ่าตัด ว่ามีหลายข้อหรือไม่ ถ้ามีข้อเดียวแผลก็จะเล็กมาก

    ผ่าตัดเข้าไปเอาส่วนหมอนรองกระดูก และหินปูน หรือกระดูกงอกซึ่งกดทับเส้นประสาทออก

  เชื่อมกระดูกที่เสื่อมเข้าด้วยกันด้วยการใส่กระดูกที่ตัดมาจาก    กระดูกเชิงกรานแถวสะโพกชิ้นเล็กๆ หรือปัจจุบันก็มีกระดูกเทียม  มาใช้ เพื่อไม่ให้ผู้ป่วยมีอาการปวด จากกระดูกที่ถูกตัดมาใช้ในการเชื่อมกระดูกคอเข้าด้วยกัน

               

       การเชื่อมกระดูกอาจมีการใช้โลหะช่วยดาม ถ้ากรณีมีการเชื่อมกระดูกหลายๆข้อ เพื่อให้เกิดความมั่นคง และทำให้กระดูกที่เชื่อม ติดสูง โดยโลหะที่ใส่เป็นเหล็กไททาเนียม ซึ่งไม่เกิดสนิม หรือผลข้างเคียง สามารถใส่ตลอดชีวิตได้

       ปัญหาการเชื่อมกระดูกคอหลายๆข้ออาจทำให้เกิดการสูญเสียการก้มเงย หรือการหมุนคอได้ลดลง ปัจจุบันจึงมีการใช้ข้อกระดูกสันหลังส่วนคอเทียม (Cervical Disc prosthesis)  แทนการเชื่อมกระดูก ก็จะทำให้กระดูกคอกลับมาเคลื่อนไหวได้อย่างเดิม แต่ข้อกระดูกสันหลังส่วนคอเทียมมีราคาแพงมาก

            

      พักฟื้นอย่างไร

 

ปกติการผ่าตัดกระดูกคอเสื่อมใช้เวลา 3-5 วัน นอนในโรงพยาบาล ก็สามารถกลับบ้านได้ ส่วนใหญ่อาการปวดของคนไข้จะดีขึ้นทันที หลังผ่าตัดสามารถลุกยืนเดิน ทำกิจวัตรประจำวันได้ แต่ผู้ป่วยบางรายอาจจะต้องใช้ปลอกคอเพื่อป้องกันมิให้คอมีอาการ ก้ม เงย มากเกินไปในช่วงแรกหลังการผ่าตัด

            

 







dot
ความรู้เกี่ยวกับที่นอนและหลักการเลือกที่นอน
dot
bulletความรู้การเลือกซื้อที่นอนสปริง
bulletความรู้เกี่ยวกับผ้าปูที่นอน
bulletข้อแนะนำในการเลือกซื้อที่นอนยางพาราของแท้
bulletคลิ๊ปที่นอนยางพาราจากทั่วโลก
bulletที่นอนยางพาราทำจากอะไร
bulletแหล่งยางพารามาจากที่ไหนบ้าง
bulletทำไมที่นอนยางพาราแพง
bulletขั้นตอนผลิตที่นอนยางพารา Naturefoam
bulletการเลือกใช้เครื่องกรองอากาศ
bulletคำถามข้อสงสัยเกี่ยวกับที่นอนยางพารา
bulletความรู้เรื่องเทคโนโลยีการทำโฟมยางพารา
dot
ความรู้เรื่องกระดูกสันหลังและกระดูกคอ
dot
bulletโรคกระดูกพรุน
bulletรู้เท่าทัน ป้องกันโรคกระดูกพรุน
bulletมารู้จักโรคกระดูกพรุนกันเถอะ
bulletภาวะกระดูกสันหลังเสื่อมกดทับเส้นประสาท
bullet ข้อกระดูกสันหลังเทียม
bulletกระดูกเสื่อมเกิดขึ้นได้อย่างไรและทำไมถึงกดทับเส้นประสาท
bulletอาการที่พบบ่อยในผู้สูงวัย
bulletหมอนรองกระดูกสันหลัง
bulletมารู้จักคอของท่านกันเถอะ
bulletปวดหลัง
bulletเตียงไฟฟ้าปรับระดับ
bulletปวดหลังกับการทำกิจกรรมด้วยท่าทางที่เหมาะสม
bulletแพทย์ไคโรแพรทติค
dot
โรคภูมิแพ้ สาเหตุ อาการของโรคและวิธีรักษา
dot
bulletหืด โรคที่เป็นแล้วหายยาก
bulletแพทย์ห่วงยอดป่วยโรคหืดเพิ่มสูง
bulletโรคภูมิแพ้
bulletฝุ่นกับการเกิดภูมิแพ้ โรคหืดหอบ
bulletฝุ่น ไรฝุ่น และแมลงสาบ เกี่ยวพันกับโรคภูมิแพ้อย่างไร?
dot
Update ความรู้ข้อมูลสินค้าที่นอนยางพารา
dot
bulletเหตุที่เราต้องเลือกซื้อที่นอนยางพารา
bulletทำไมที่นอนยางพาราช่วยลดแรงกดทับ
bulletเปรียบเทียบคุณสมบัติ โฟมยางธรรมชาติ ยางสังเคราะห์ และฟองน้ำสังเคราะห์
bulletเปรียบเทียบที่นอน 100% natural latex กับที่นอนสปริง
bullettalalay latex & 100% natural latex
bulletที่นอนยางพาราในตลาดมีแบบไหนบ้าง
bulletโฟมยางพารา 2 ชนิด
bulletOdors with 100% natural latex?ที่นอนยางพาราเหม็นหรือไม่
bullet100% Natural Latex versus 100% Latex
bulletNatural Latex vs. Memory Foam
dot
อาการป่วยจากที่นอน
dot
bulletการเกิดแผลกดทับ และการดูแลรักษา
bulletปวดหลัง สาเหตุและการรักษา
bulletว่าด้วยเรื่องของ "คนปวดหลัง"
bulletแพทย์แนะท่า “นอนตะแคงขวา” ช่วยให้หลับสบายที่สุด
dot
ความรู้เรื่องการเลือกซื้อหมอนยางพารา
dot
bulletตกหมอน ทำยังไงดี
bulletหมอนแบบไหนที่ช่วยให้นอนสบาย
bulletการเลือกหมอน
bulletการหยุดหายใจในขณะหลับ
dot
รวม link
dot
bulletpantip.com
bulletsanook.com
bullettruehits.net
bulletthaisecondhand.com
bulletbanchiangmai.com
bullettammahakin.com
bulletpramool.com/
bulletstatcounter.com
bulletwww.weddingsquare.com
bulletnatseconline.com
bulletpixiart.com
bulletyello.co.th
bulletdmoz.org
bullethunsa.com
bulletbaanjomyut.com
bulletข่าวสด
bulletbangkokbizweek.com
bulletmatichon.co.th/
bulletkomchadluek.net
bulletประชาชาติธุรกิจ
bulletกรุงเทพธุรกิจ
bulletไทยรัฐ
bulletmanager.co.th
dot
ประชาสัมพันธ์
dot
bulletรูปงานบ้านและสวน 2007
bulletตัวอย่างสินค้าทำให้ลูกค้า
bulletรูปที่นอนในรายการ The Guide
bulletดูทีวี 24 ชั่วโมง
bulletแบนเนอร์พื้นที่โฆษณา
dot
link เพื่อนบ้าน
dot
bulletwww.sp4group.com
bulletเครื่องสำอางค์ beautyintrend
bullethttp://www.teeneeglife.com/index.php
bulletwww.hiso-brandname.com/
bullettonertank จำหน่ายหมึกเลเซอร์ออนไลน์
bulletผ้าปูที่นอนสำหรับโรงแรม
bullethttp://www.pc-wheel.com/
bulletรูปงานบ้านและสวน 2009
bulletคำถามที่มักถามบ่อยๆ
bullethttp://www.namhominter.com/
bullethttp://www.meglio.co.th/
bulletความรู้ในการผลิตเซรามิก
bulletทักษิณาการ์เด้นท์ อ.วังน้ำเขียว
bulletพริตตี้ โมเดลลิ่ง
bullethttp://www.shoppinghatyai.com/2009/
bulletDIY ซ่อมที่นอนด้วยตัวเอง
bullethttp://www.nickytiger.com/store/
bulletเฟอร์นิเจอร์ไม้จริงสไตล์ วินเท็จ
bulletหมอนขนเป็ด ไมโครเจล microgel
bulletประตูเหล็กนิรภัย




Copyright © 2010 All Rights Reserved.
 เว็บไซต์ เกี่ยวกับที่นอนยางพารา พร้อมสาระ น่ารู้ การเลือกซื้อที่นอนและสุขภาพหลัง  เว็บไซต์ เกี่ยวกับที่นอนยางพารา พร้อมสาระ น่ารู้ การเลือกซื้อที่นอนและสุขภาพหลัง